8 พฤษภาคม 2562 10 เดือนปิด “อ่าวมาหยา” ธรรมชาติเริ่มกลับฟื้นตัว

ที่มา: https://www.thairath.co.th/news/local/south/1562440

นักท่องเที่ยวหลายคนต่างใฝ่ฝันว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องเดินทางไปเที่ยวชมความงามของ “อ่าวมาหยา” กลางทะเลอันดามัน เขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ให้ได้ อ่าวมาหยา มีชื่อเสียงโด่งดังมาจากภาพยนตร์เรื่อง เดอะบีช (The Beach) ที่ออกฉายเมื่อปี 2000 กลายเป็นที่รู้จัก และเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ผลดีที่ชาวกระบี่ และชาวไทยได้รับจากอ่าวมาหยานั่นคือ“เม็ดเงิน”จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาลในแต่ละปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซัน ในอดีตแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวเข้าไปพื้นที่ตรงนี้มากกว่า 4,000-5,000 คน ช่วงพีกสุดอาจจะมากถึง 7,000 คน เรือนำเที่ยวมากกว่า 200 ลำต่อวัน เกินขีดความสามารถที่ธรรมชาติจะรับได้! เมื่อนักท่องเที่ยวทะลักเข้ามาโดยไร้การควบคุม ส่งผลให้ระบบนิเวศใน อ่าวมาหยา ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเริ่มเสื่อมสภาพ ทรุดโทรม บางส่วนพังเสียหายจนยากจะฟื้นฟู แนวปะการังใต้ทะเล ถูกเหยียบย่ำทำลายจนไม่เหลือสภาพของความสวยงาม สัตว์น้ำ สัตว์ทะเลที่เคยอาศัยหากินพากันอพยพหนีหายออกไปจากพื้นที่แห่งนี้ ผลพวงจากที่ผ่านมาแทบทุกตารางนิ้วจะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมาก บางช่วงเวลาแทบเหยียบกันตาย เพราะไม่มีที่จะเดิน ธรรมชาติไม่มีแม้แต่เวลาที่จะเยียวยาตัวเอง ทั้งหมดนี้เกิดจากการบริหารจัดการพื้นที่ที่ผิดพลาดมาโดยตลอด! หน่วยงานที่รับผิดชอบในการดูแลพื้นที่ และผู้ประกอบการต่างคาดหวังเพียงเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาจนทำให้หลงลืมตัว ลืมคิดไปถึงผลกระทบที่ธรรมชาติกำลังถูกกระทำ ลืมคิดไปถึงความสวยงามดั้งเดิมที่อ่าวมาหยาเคยมี ไม่มองถึงอนาคตว่าสิ่งเหล่านี้จะอยู่ยั้งคงสภาพไปถึงรุ่นลูก รุ่นหลานหรือไม่ ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2561กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หน่วยงานที่ควบคุมดูแลพื้นที่โดยตรงประเมินสภาพพื้นที่แล้วพบว่าหากยังเปิดให้มีการเข้าเที่ยวชมอ่าวมาหยาเหมือนเช่นอดีตที่ผ่านมา อาจจะทำให้พื้นที่แห่งนี้เสียหายย่อยยับ ยากจะฟื้นฟูกลับมาให้เหมือนเดิมได้ กรมอุทยานฯ จึงประกาศสั่งห้ามนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่อ่าวมาหยาอย่างไม่มีกำหนด เพื่อให้เจ้าหน้าที่และกลุ่มอนุรักษ์ เข้าไปดำเนินการฟื้นฟูสภาพธรรมชาติของพื้นที่กลับคืนมา ท่ามกลางเสียงคัดค้านต่อต้านจากกลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมกันนี้กรมอุทยานฯ ยังได้เปิดแผนการท่องเที่ยวอ่าวมาหยาในอนาคต จัดทำเส้นทางเข้าเที่ยวชมใหม่ โดยให้นำเรือจอดส่งนักท่องเที่ยวบริเวณด้านหลังอ่าวมาหยาคือ อ่าวโละซามะ แล้วเดินเท้าเข้ามา แทนการนำเรือเข้ามาจอดในอ่าวมาหยาเหมือนในอดีต ทำให้เสียงต่อต้านเริ่มเบาบางลง และเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่เข้าไปฟื้นฟูพื้นที่ทันที ผ่านมาจนถึงวันนี้อ่าวมาหยาปิดตัวฟื้นฟูมานานกว่า 10 เดือนแล้ว จากการสำรวจพบว่าการปิดอ่าวตลอด10เดือนที่ผ่านมา ธรรมชาติใต้ทะเล โดยเฉพาะปะการังมีการฟื้นตัวดี และพืชพันธุ์บนฝั่ง ผักบุ้งทะเลเริ่มฟื้นตัว อีกทั้งยังพบว่ามีสัตว์ทะเลหลายชนิดกลับมาหากินบริเวณอ่าวมาหยามากขึ้น เช่น ปูลม ฉลามหูดำ ถือเป็นตัวชี้วัดระบบนิเวศทั้งบนบก และใต้ทะเลได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ กิ่งปะการังที่เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 จังหวัดตรัง และอาสาสมัครกลุ่มต่างๆร่วมกันฟื้นฟู นำลงไปปลูกจำนวน23,000ชิ้นพบมีการแตกหน่อมีการเจริญเติบโตดี หน.อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพีกล่าวว่าหลังจากปิดฟื้นฟูอ่าวมาหยาพบว่าระบบนิเวศใต้ทะเลโดยเฉพาะปะการังมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังพบฝูงฉลามหูดำกลับเข้ามาหากิน และขยายพันธุ์ในบริเวณอ่าวมาหยาส่วนกำหนดเวลาว่าจะปิดยาวนานแค่ไหนนั้นตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ ก่อนหน้านี้มีสื่อนำเสนอข่าวในทำนองว่าจะปิด 4-5 ปีนั้นขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง การจะกำหนดระยะเวลา ไม่สามารถทำได้ ต้องดูองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งการประเมินจากชุดทำงาน รวมถึงศึกษาข้อมูลทางวิชาการอย่างละเอียดอีกครั้ง เพราะต้องการให้อ่าวมาหยาเป็นสมบัติคู่แผ่นดินไปจนชั่วลูกชั่วหลาน จึงต้องช่วยกัน” การปิดอ่าวมาหยาแม้จะต้องแลกด้วยการสูญเสียเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวไปบางส่วนแต่หากเราสามารถแลกคืนความสวยงามของอ่าวมาหยาในอดีตกลับมาได้ มันก็คุ้มค่า เพราะนี่คือสมบัติของคนไทยทั้งชาติไม่ใช่สินค้าที่จะขายเพื่อหวังกำไรเพียงอย่างเดียว!